ประวัติงานการศึกษาระดับหลังปริญญา

 ในสมัยก่อนที่จะมีหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง หากแพทย์ผู้ใดปฏิบัติงานในสาขาเฉพาะ  ทางเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีจะสามารถสอบเพื่อรับวุฒิบัตรผู้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทางสาขานั้นได้แพทย์ที่ได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตจะได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปด้วย หากได้รับคัดเลือกให้ปฏิบัติงานในโรงเรียนแพทย์ จะอยู่ในฐานะ แพทย์ประจำบ้าน หรือ House Officer เป็นเวลา1ปีและอาจได้รับคัดเลือกเป็นแพทย์ประจำบ้านอาวุโสในปีต่อ ๆไป ใน พ.ศ. 2504มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุขเริ่มการจัดให้มีการฝึกอบรมแพทย์ฝึกหัดขึ้นจนถึงปีพ.ศ. 2506 แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1ได้ลงทะเบียนเป็นนักศึกษาบัณฑิตวิทยาลัยมีการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก"ต่อมาจึงมีการเปิดสอนปริญญามหาบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานโดยความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล สาขาวิชาแรกที่เปิดสอนคือ กายวิภาคศาสตร์และทำการเปิดสอนปริญญามหาบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิกในเวลาต่อมา

 

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้เริ่มการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 โดยยังไม่มีหลักสูตรที่แน่ชัดแพทย์ที่จบหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและมีความต้องการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสมัครอยู่ปฏิบัติงานในสาขาที่สนใจในตำแหน่งแพทย์ประจำบ้าน ( House Officer ) ซึ่งในปีแรกนั้น มี 4 แผนกวิชา คือ อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และรังสีวิทยาแต่ยังไม่มีการปรับเพิ่มคุณวุฒิพ.ศ.2485คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ให้แยก คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตั้งเป็น มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มีฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และได้โอนมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. 2502

นอกจากนั้นได้เปิดหลักสูตรปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต โดยเน้นด้านการวิจัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 เมื่อแพทยสภามีนโยบายให้มีโครงการอบรมแพทย์เพื่อเป็นแพทย์เฉพาะทาง โดยมีหลักสูตรชัดเจน ในปี 2512 คณะฯจึงได้เริ่มการฝึกอบรมตามนโยบายดังกล่าว โดยเริ่มฝึกอบรมรุ่นแรกในปี2512การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาต่าง ๆ กำหนดเวลา 3 ปี และเริ่มมีการสอบเพื่อรับ "วุฒิบัตรผู้มีความรู้ความชำนาญ" ครั้งแรก ใน พ.ศ. 2514 ใน 10 สาขา ได้แก่ อายุรศาสตร์ เวชศาสตร์ป้องกันและสังคม ศัลยศาสตร์ ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ วิสัญญีวิทยา สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา รังสีวิทยา จักษุวิทยา และกุมารเวชศาสตร์

 การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านเพื่อเป็นแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในขณะนั้น แบ่งเป็น 2 ระดับโดยใช้เวลา 3 ปี ระดับแรกเป็นการฝึกอบรมทั่วไปแต่ละสาขาวิชา ใช้เวลา 1 ปีและระดับที่สองเป็นการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ว.ว.) สาขาต่าง ๆ ของแพทยสภา

        มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้พระนามาภิไธย" มหิดล " เป็นนามใหม่ของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512ในครั้งนั้นคณะแพทยศาสตร์และ
ศิริราชพยาบาลได้รับชื่อใหม่ว่า " คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล " มหาวิทยาลัยมหิดลและได้โอนจากสำนักนายกรัฐมนตรีมาขึ้นกับทบวงมหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2514

         สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการฝึกอบรมแพทย์หลังปริญญา ( แพทย์ฝึกหัด , แพทย์ประจำบ้าน เฟลโลว์) และเป็นหน่วยประสานงานการฝึกอบรมระหว่างสถาบันและแพทยสภานั้น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งชื่อว่า " คณะกรรมการการศึกษาหลังปริญญา" เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ โดยมีสำนักงานเลขานุการคณะฯและแผนกการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นหน่วยงานที่รับมติจากคณะกรรมการฯ ไปปฏิบัติ คณะกรรมการหลักสูตรหลังปริญญาชุดแรกได้รับการแต่งตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2518 ต่อมาในวันที่ 3 พฤษภาคมพ.ศ. 2523 คณะฯได้อนุมัติจัดตั้งสำนักงานการศึกษาหลังปริญญาเพื่อเป็นหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาและฝึกอบรมระดับหลังปริญญาตรีของคณะฯ และแต่งตั้งให้ประธานกรรมการการศึกษาหลังปริญญา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการศึกษาอีกตำแหน่งด้วย ชื่อตำแหน่งดังกล่าวได้เปลี่ยน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาต่อเนื่องใน ปี พ.ศ. 2532 และเปลี่ยนเป็น ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการศึกษาต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2534โดยมีฐานะเป็นงานหนึ่งรวมอยู่ในฝ่ายการศึกษาคณะฯ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น รองคณบดีฝ่ายการศึกษาหลังปริญญา ตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบัน

         ปัจจุบันงานการศึกษาระดับหลังปริญญา นอกจากรับผิดชอบในการบริหารจัดการการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน แพทย์เฟลโลว์ของคณะฯแล้ว ยังรับผิดชอบงานบัณฑิตศึกษา (ป.บัณฑิตชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก , วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลและการจัดการศึกษาต่อเนื่องทางวิชาการสำหรับแพทย์ ( Continuing Medical Education CME)ด้วย และหน่วยงานได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการประจำคณะฯเปลี่ยนชื่อเป็น “ งานการศึกษาระดับหลังปริญญา" ( Post - Graduate Education)เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553